ในสมัยโบราณ มีผู้สำเร็จได้น้อยมากเพราะสู้กับความทุกข์ยากไม่ไหว มีผู้คนเป็นจำนวนมากอยากบำเพ็ญให้สำเร็จเป็นเซียน เป็นพระพุทธะ จึงต้องสละครอบครัว สละทรัพย์สมบัติ บ้านเรือน ลูกเมีย ออกไปอยู่ตามป่า ตามเขา ตามถ้ำ เป็นที่อยู่อาศัยหลบแดด หลบฝน แล้วพยายามบำเพ็ญด้วยวิธีต่าง ๆ ตามที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นวิธีที่สามารถทำให้สำเร็จเป็นเซียน เป็นพระพุทธะได้ แต่พอบำเพ็ญไปนานเข้าก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีใครมาแนะนำสั่งสอนให้ บางคนตายแล้วเกิดอีกก็ยังบำเพ็ญไม่สำเร็จ บางคนออกจากบ้านไปบำเพ็ญในป่า อาศัยที่มีบุญได้บำเพ็ญมาจากชาติก่อนก็ได้พบกับอาจารย์มาแนะนำสอนให้ แล้วตั้งใจบำเพ็ญตามวิธีที่อาจารย์แนะนำสอนให้จึงมีโอกาสเป็นเซียน เป็นพระพุทธะ แต่มีน้อยเหลือเกิน มีผู้กล่าวไว้ว่า มีผู้ออกบำเพ็ญมากเท่ากับขนวัว แต่มีผู้ที่บำเพ็ญสำเร็จเท่ากับเขาวัว เช่น พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ได้ตั้งปณิธานมาเป็นพระพุทธเจ้า ได้มาเวียนว่ายตายเกิดในโลกนี้ถึงห้าร้อยชาติ ตั้งใจบำเพ็ญเพียรทุกชาติ ไม่ว่าจะเกิดเป็นสัตว์หรือเป็นคน ได้บำเพ็ญมาจนถึง 10 ชาติสุดท้าย เป็นชาติที่เกิดมาเป็นพระเวสสันดร ได้บำเพ็ญบุญครบ 10 อย่างในชาติเดียวกันในชาติต่อมาจึงได้เกิดมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แม้กระนั้นก็ยังต้องแต่งงาน แต่ด้วยความตั้งใจที่บำเพ็ญมาเป็นพระพุทธเจ้า จึงตัดใจสละราชสมบัติ ลูกเมียออกไปบำเพ็ญพรตในป่า จนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ทำให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด แล้วออกแนะนำสั่งสอนประชาชนให้บำเพ็ญตาม บัดนี้ถึงกาลกำหนดของฟ้าดินได้โปรดสามโลก พระแม่องค์ธรรมจึงได้หย่อนสายทองลงมารับพุทธบุตรกลับคืนขึ้นสู่เบื้องบนตามที่ได้สัญญาไว้ เมื่อตอนที่ให้พุทธบุตรมาเกิดเป็นมนุษย์ในโลกนี้ ว่าพอถึงยุคที่สามแล้ว จะส่งสายทองมารับพุทธบุตรกลับคืนขึ้นสู่เบื้องบน พอดีเราได้เกิดมาทันเวลาโปรดยุคสาม จึงได้มีโอกาสมารับสายทอง เมื่อรับสายทองแล้ว หัวหน้าท้าวนาคาบนสวรรค์ได้รับบาปเราไว้ 70 % เหลืออีก 30 % ให้เราบำเพ็ญบุญใช้หนี้บาปเอาเอง กำหนดกาลเวลาของฟ้าเบื้องบน เมื่อช่วงชวด เกิดฟ้า เมื่อช่วงฉลูเกิดดิน ช่วงขาลจึงเกิดคน เมื่อเราลาจากพระแม่องค์ธรรมลงมาอยู่ในโลกนี้ใหม่ ๆ เราได้อยู่รวมกันทั้งคนและสัตว์ด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โอบอ้อมอารีช่วยเหลือกัน ไม่เบียดเบียนกัน เมื่อตายจิตญาณก็คืนกลับสู่เบื้องบน แล้วลงมาเกิดใหม่ เมื่อลงมาเกิดใหม่หลาย ๆ ครั้ง ได้แพร่พันธุ์ตั้งเป็นครอบครัวมีลูก มีหลานมากขึ้น เมื่อเห็นสัตว์ที่อยู่กับเราถูกไฟป่าเผาตาย มีกลิ่นหอมจึงเอามากิน เมื่อกินแล้วเกิดกิเลส จึงได้กักขังสัตว์เหล่านี้ไว้เป็นอาหารของตน เกิดการแบ่งแยกดินแดนออกมาเป็นหมู่ เป็นเหล่า มีผู้ที่แข็งแรงตั้งตนเป็นหัวหน้าเผ่า ต่างฝ่ายต่างแย่งกันทำมาหากิน เกิดการรบพุ่งฆ่าฟันกัน จึงเป็นความผิดบาป เมื่อตายก็ลงไปสู่ยังยมโลก ใช้หนี้กรรมหนี้เวรหมดแล้ว มาเกิดใหม่ มาเกิดเป็นคนหรือเป็นสัตว์ก็สุดแต่กรรมที่ตนเองได้สร้างไว้ เราได้เวียนว่ายตายเกิดในโลกนี้มานานประมาณ 60,000 ปี จึงมาพบกับพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีอยู่ 3 ยุค คือ ยุคเขียว ยุคแดงตอนต้น และตอนหลัง ขณะนี้ได้มาถึงยุคขาว ยุคเขียว เกิดในประเทศจีน ในนามของพระพุทธเจ้าทีปังกรมาครองจักรวาลไหว้มือเดียวแบบใบบัว ใบบัวสีเขียว พระจึงห่มจีวรสีเขียว คาถาคือ นะ โม อมิตตะพุท แต่ได้ให้พระเจ้าพู่สี มาทำหน้าที่แทน ได้ทำหน้าที่ด้วยดีมานานถึง 500 ปี จึงได้เปลี่ยนมาให้กษัตริย์ได้ทำหน้าที่แทน แต่องค์ที่ 1-13 กษัตริย์ไม่ได้ประพฤติความดีดังแต่ก่อนทางเบื้องบน จึงให้ปราชญ์มาทำหน้าที่แทน แต่องค์ที่ 14 เหลาจื๊อ องค์ที่ 15 ขงจื๊อ และองค์ที่ 16-18 เป็นศิษย์ของขงจื๊อ กินเวลานานอีก 1,500 ปี จึงหมดยุคเขียว ยุคแดงตอนต้น เป็นยุคของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะมาโปรด ได้มาเกิดที่ประเทศอินเดีย ไหว้สองมือแบบดอกบัว คาถาคือ นะโม พุท ธา ยะ จะลงมาโปรดนาน 3,000 ปี เมื่อท่านได้เสด็จเข้าสู่พระปรินิพพานแล้ว ได้มีผู้สืบทอดต่อมาจนถึงองค์ที่ 28 ชื่อว่าพระโพธิธรรม ท่านได้นั่งปรกโปรดชาวโลก เห็นแสงสว่างรุ่งเรืองขึ้นทางตะวันออกจึงได้ลงเรือเดินทางไปยังประเทศจีน เมื่อไปถึงประเทศจีนแล้ว คนจีนเรียกว่าท่านตักม้อ นับเป็นองค์ที่ 1 ของยุคแดงตอนหลัง มาจนถึงท่าน ลู่จงอี๋ เป็นองค์ที่ 17 (เป็นปฐมกาลของยุคขาว) มาถึงขณะนี้ถึงปี พ.ศ. 2549 จึงเหลือเวลาอีก 451 ปี จึงจะหมดยุคแดง ท่านลู่จงอี๋ ได้เกิดที่ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2392 ไปเป็นทหารแล้วมาออกบวชตามคำเรียกร้องของพระแม่องค์ธรรม ที่ให้ออกไปทำหน้าที่ที่ได้ตั้งปณิธานมาแต่เบื้องบน โดยเดินทางไปหาพระสังฆปรินายกองค์ที่ 16 ท่านอาจารย์หลิวชิงชวี เมื่อรับธรรมแล้ว ต่อมาเมื่อพระสังฆปรินายกองค์ที่ 16 ต้องการที่จะสละตำแหน่ง ได้ให้บรรดาสานุศิษย์กลับบ้านไปบำเพ็ญตามลำพัง ท่านลู่จงอี๋ ได้กลับไปสู่ตำหนักกวนอิม แล้วต่อมาทางเบื้องบนได้แต่งตั้งให้ท่านทำหน้าที่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 3 ในนามพระศรีอาริยเมตไตรย แต่ปี พ.ศ. 2448 ท่านได้รับโองการมาโปรดเรานาน 10,800 ปี ขณะนี้ได้อยู่มาถึง 100 ปีแล้ว อีก 10,700 ปีจะมาเกิดใหม่อีก 3 ครั้ง ได้อยู่โปรดชาวโลกมาจนถึงปี พ.ศ.2468 จึงเสด็จกลับคืนสู่เบื้องบน ปล่อยให้พระวิสุทธิอาจารย์ 2 องค์ทำหน้าที่แทน คือ พระพุทธจี้กง มาเกิดเป็นชาติที่ 72 ในปี พ.ศ.2432 และพระโพธิสัตว์จันทรปัญญา มาเกิดเป็นอาจารย์หญิงเมื่อปี พ..2438 ทั้งสองท่าน รับโองการสวรรค์ทำหน้าที่เป็นพระวิสุทธิอาจารย์แทนพระศรีอาริยเมตไตรย และพระพุทธจี้กงได้กลับคืนไปสู่เบื้องบนแล้วแต่ปี .พ.ศ.2468 และพระอาจาริณีได้กลับคืนไปแล้วแต่ปี พ.ศ.2518 แต่ทั้งสองท่านยังคงอยู่รับหน้าที่โปรดชาวโลกแทนพระศรีอาริยเมตไตรยต่อไป ตอนนี้เป็นธรรมกาลยุคขาว พระแม่องค์ธรรมได้ประทานสายทองลงมาสู่ชาวโลกเพื่อรับพุทธบุตรกลับคืนสู่เบื้องบนตามที่ได้สัญญาไว้แต่แรกที่ลงมาเกิดในโลกนี้ พระแม่องค์ธรรมจึงได้ให้ธรรมลงสู่ครัวเรือน ทุกคนเมื่อได้รับวิถีธรรมแล้ว จึงบำเพ็ญกันง่าย ๆภายในบ้านพร้อมกันทั้งครัวเรือน โดยมีพ่อ แม่ ลูก หลานบำเพ็ญไปพร้อมกัน โดยมีพระวิสุทธิอาจารย์ 2 องค์ลงมาถ่ายทอดวิถีธรรมให้ โดยมีเตี่ยนฉวนซือเป็นตัวแทนของพระวิสุทธิอาจารย์ มาถ่ายทอดไตรรัตน์ให้ เมื่อทุกคนรับไตรรัตน์แล้ว สามารถบำเพ็ญให้สำเร็จกลับคืนสู่เบื้องบนได้ง่ายเข้า การบำเพ็ญในช่วงนี้ ใครที่สร้างบุญสัมพันธ์กันมาดีกับผู้แนะนำ ผู้รับรอง และพระอาจารย์ทั้งสอง ก็ได้มีโอกาสมารับวิถีธรรม และได้รับคำแนะนำชี้แจงให้บำเพ็ญโดยพระอาจารย์ทั้งสอง รวมทั้งพระอริยเจ้าองค์อื่น ๆ ด้วยตลอดเวลา ให้เราทุกคนรู้จักวิธีบำเพ็ญจิต และการสร้างบุญ สร้างกุศลด้วยวิธีง่าย ๆ การบำเพ็ญ พระอาจารย์สอนว่า ให้เราบำเพ็ญที่จิต ให้เราพยายาม ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ในตัวของเราออกไปให้หมด ด้วยการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเราให้หนักไปในทางละกิเลสที่ติดตัวมามี รัก โลภ โกรธ หลง ออกไปจากจิตของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนไม่มีเหลืออยู่ โดยให้ถือว่า ขณะนี้เรามีรูป เมื่อมีรูปก็มีนาม (คือเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) เมื่อมีรูปก็มีนาม เมื่อมีนามก็มีรูป แต่ในขณะที่เรายังมีทั้งรูป ทั้งนาม ให้เราบำเพ็ญจนถึงขั้นที่ปล่อยวางละได้ว่า เราไม่มีทั้งรูป ทั้งนาม เมื่อไม่มีรูป ไม่มีนาม ตัวเราก็ไม่รู้สึก เมื่อมีใครมาทำให้เราเกิดอารมณ์ เราก็สามารถละอารมณ์ได้โดยง่าย เสมือนว่าเราได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีความรู้สึก เมื่อเราได้รับวิถีธรรมแล้ว เราต้องรีบบำเพ็ญจิต พยายามสร้างบุญ สร้างกุศล ใช้หนี้เวร หนี้กรรมที่เราเกิดมาสร้างบาปไว้หลายร้อยชาติ ให้หมดไปโดยเร็วภายในชาตินี้ ด้วยการถือศีล 5 ให้เคร่งครัดให้มากที่สุด การสร้างบุญมี 3 ทาง คือ ใช้ทรัพย์เป็นทาน ใช้แรงกายเป็นทาน และใช้วิทยาธรรมเป็นทานด้วยการไปฉุดช่วยผู้อื่นมารับวิถีธรรม การให้ทาน เมื่อรับวิถีธรรมแล้ว ต้องรู้จักการละวางความตระหนี่ถี่เหนียว การเห็นแก่ตัว การเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นออกไปจากจิตของเรา ถ้าเราละได้ วางได้ จึงจะให้ทานได้ การให้คือการบริจาค บริจาคแล้วอย่าถือว่าเป็นบุญคุณกับผู้รับ เพราะเราได้นำเอาบุญ เอากุศลไปใช้หนี้เวร หนี้กรรมหมดแล้ว การใช้แรงกายเป็นทาน ในขณะที่เราใช้ทรัพย์เป็นทานเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ ควรใช้แรงกายเป็นทานด้วย โดยอุทิศแรงกายทำงานในสถานธรรมทุกอย่าง งานใดที่เราสามารถทำได้ ให้รีบทำทันที อย่ารังเกียจผู้อื่น อย่ารังเกียจงาน งานใดที่ไม่มีใครทำ เราทำแล้วจะเกิดกุศลมากมาย เพราะในขณะที่ทำงาน เราก็บำเพ็ญใจของเราให้หมดไปจากกิเลสด้วย การฉุดช่วยผู้อื่นรับธรรมะ พระศรีอาริยเมตไตรย ตั้งใจว่าจะมาเกิดเพื่อโปรดชาวโลกทั้งโลก ให้เป็นโลกแห่งดอกบัวบาน พระพุทธจี้กงตั้งใจมาเกิดเป็นชาติที่ 72 ก็เพื่อที่จะพาชาวโลกให้ได้มีโอกาสมารับวิถีธรรม แล้วสามารถบำเพ็ญไปสู่นิพพานได้หมด แต่ขณะนี้ท่านได้มอบโอกาสอันดีนี้ไว้ให้แก่เราได้จัดทำ เพื่อรับบุญ รับกุศลในการบำเพ็ญไปสู่นิพพาน บุญ คือ สิ่งที่ทำแล้ว ทำให้เกิดความปิติใจ ดีใจ สบายใจ อิ่มเอิบใจ กุศล คือ สิ่งที่ทำแล้ว สามารถทำให้จิตของเราละจากความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลงให้ออกไปจากจิตของเราได้ การบำเพ็ญ ตัวเราต้องมีสติ คนส่วนใหญ่ เมื่อได้รับไตรรัตน์ ได้รับการเปิดจุดญาณทวารแล้ว จิตใจจะใสสะอาด มีสติ สามารถข่มอารมณ์ต่าง ๆ ให้ยับยั้งไว้ภายในจิตใจได้ ไม่ให้แสดงในสิ่งที่ไม่ดีออกมาทางกาย ถ้าหากผู้ใดยังแสดงอารมณ์ออกมาภายนอกอีก แปลว่าผู้นั้นยังบำเพ็ญไม่ถึงขั้น ต้องพยายามเร่งรีบบำเพ็ญให้ดีขึ้นอีกโดยเร็ว เพื่อนำผลบุญและกุศลไปใช้หนี้เวร หนี้กรรม เหมือนท่านคูเซี่ยงชุน ที่บำเพ็ญโดยพาใคร ๆ ให้ขี่คอพาข้ามแม่น้ำโพยควน อยู่หลายปี จนสำเร็จเป็นเซียน ทางเบื้องบนได้ให้ป้ายตั้งเป็นเซียน ขณะที่เหาะขึ้นไปรับแผ่นป้าย จิตใจก็นึกไปถึงหมอดูที่เคยทายไว้ว่าจะต้องอดตาย เลยเหาะไปต่อว่า หมอดูก็บอกว่า ขอโทษด้วย การทำนายในครั้งก่อนนั้น ดูแต่เพียงใบหน้าเห็นว่าใบหน้าเต็ม เขี้ยวงู จึงทำนายไปอย่างนั้น แต่ในขณะนี้ใบหน้าได้เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของผู้มีบุญ การกระทำด้วยอารมณ์เพียงนิดเดียวเท่านี้ ท่านคูเซี่ยงชุนยังต้องบำเพ็ญต่อไปอีกถึง 7 ปี จึงจะสำเร็จ แต่ในปัจจุบัน มีคนเป็นจำนวนมาก มารับวิถีธรรมแล้ว แต่ไม่ศึกษาธรรมไม่บำเพ็ญธรรมตามยุค ตามสมัย ยังหันหน้าไปนั่งสมาธิ ไปปฏิบัติวิปัสสนา ยึดติดอยู่กับการสวดมนต์ไหว้พระ ความจริง การนั่งสมาธิ ในสมัยโบราณ ไม่มีพระวิสุทธิอาจารย์มาสอน เราจึงต้องนั่งสมาธิเพื่อค้นหาจุดญาณทวาร แต่กว่าจะพบได้ บางทีก็ตายไปเสียก่อน เกิดมาบำเพ็ญอีกหลายชาติกว่าจะได้พบ การปฏิบัติวิปัสสนา คือการฝึกกำหนดจิตของเราให้รู้อยู่ทุกขณะว่า ขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่ ให้รู้ว่า เรากำลังนั่งอยู่ เรากำลังเดินอยู่ เรากำลังกินอยู่ เรากำลังนอนอยู่เพื่อทำจิตของตนให้ไม่มีกิเลส และบำรุงร่างกายให้แข็งแรงจะได้มีโอกาสบำเพ็ญให้ถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ การสวดมนต์ ไหว้พระ เป็นเพียงทำให้จิตของเราเกิดสมาธิ เกิดความสงบ จึงจะสวดมนต์ได้จนจบ ถ้าจิตไม่สงบก็สวดไม่ได้ ต่อให้สวดมนต์จนจบไม่รู้กี่ร้อยกี่พันจบ ถ้ายังไม่เข้าใจในความหมายของมนต์บทนั้น ก็ไม่สามารถสำเร็จได้ตามความปรารถนา ตอนนี้เราอยู่ในยุคขาวแล้ว มีพระวิสุทธิอาจารย์สององค์มาคอยแนะนำ มีเตี่ยนฉวนซือ มีอาจารย์บรรยายธรรม ได้นำเอาคำสอนและวิธีบำเพ็ญของพระอริยเจ้ามาบำเพ็ญ มาปฏิบัติ ถ้าเราสนใจ ตั้งใจ ตั้งสติให้ดี แล้วศึกษา ทำความเข้าใจกับบทเรียนนั้น ๆ ตามแนวคำสอนของพระวิสุทธิอาจารย์ ฟังแล้วนำเอามานึกคิดนำมาปฏิบัติพยายามทำอยู่เป็นนิจมิได้ขาด ในเวลาไม่ช้า จิตของเราก็จะใสสะอาดไม่มีกิเลส และสามารถบำเพ็ญสำเร็จได้ในชาตินี้ ถ้าเราบำเพ็ญสำเร็จ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย 7 ชั้น 3 ชาติ ลูกหลาน 9 ชั้น 3 ชาติ จะสำเร็จได้ตามเรา หรือถ้าหากเราไปฉุดช่วยให้ใครมารับวิถีธรรม แล้วผู้ที่เราพามานั้นบำเพ็ญสำเร็จ เราก็ได้สำเร็จตามผู้ที่เราพามาด้วย ท่านทั้งหลายจงตามเรามาเถิด มาบำเพ็ญจิตของเราให้ยึดมั่นอยู่ในศีล 5 อย่างเคร่งครัด เมื่อใดเราละกายสังขาร จิตของเราจะได้ไปอยู่ในชั้นพุทธาลัย ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระศรีอาริยเมตไตรย แล้วมาเกิดใหม่พอดีกับที่ท่านพระศรีอาริยเมตไตรยลงมาเกิดได้ฟังธรรมจากท่านแล้ว สำเร็จกลับสู่พระนิพพานได้ในชาตินี้หรือชาติหน้า ..........
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
พุทธวจนะ 2 พุทธวจนะ 2 คำนำ ขณะนี้ประสบวาระยุค 3 โปรดถ่ายทอด เทพ มนุษย์ ร่วมงาเผยแพร่ธรรมแทนฟ้า ปัจจุบันผู้ที่ได้รับวิถีธรรมมีมากดั่งขนวัว ... more
|
![]() กฎนรก (ประทานโดยยมบาล)กฎนรกโดยยมบาล นรกปังตอสับร่าง มนุษย์ผู้ใด ดำรงชีพด้วยมิจฉาชีพ ตีชิงวิ่งราว ปล้น ฆ่า ข่มขืน วางเพลิง ขัดขวางการฌาปนกิจศพ, ทำลายฮวงซุ้ยเปิดโลงศพเขา ผู้กระทำความผิดดังกล่าว ปัจจุบันชาติจักไม่ได้ตายดี ตายแล้วตกนรกขุมนี้เมื่อครบกำหนดโทษ... more
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||














พุทธวจนะ 2 คำนำ ขณะนี้ประสบวาระยุค 3 โปรดถ่ายทอด เทพ มนุษย์ ร่วมงาเผยแพร่ธรรมแทนฟ้า ปัจจุบันผู้ที่ได้รับวิถีธรรมมีมากดั่งขนวัว ... 